บาคาร่า SA GamingTHi คาสิโนออนไลน์ ได้เงินจริง

สำหรับเกมไพ่ บาคาร่าออนไลน์ ของเรานั้นเป็นที่นิยมอย่างมากในเหล่านักเดิมพัน เนื่องจากอัตราการชนะของเกมบาคาร่านั้น อยู่ที่ 50/50 เลยทีเดียว และในการเดิมพันก็ง่ายแสนง่าย ทำให้นักเดิมพันหลายๆท่านชื่นชอบในการเล่นเกมพัน เพราะยังสามารถเล่นได้ทุกเพศ ทุกวัย ไม่ว่าจะเป็น เด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน หรือวัยมีอายุ นักเดิมพันทุกๆท่านจะสามารถหากำไร จะเล็กน้อย หรือมากน้อย เท่าไหร่มันก็ขึ้นอยู่กับว่าท่านจะพึงพอใจมากน้อยแค่ไหน เพราะทางเว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ ของเรานั้น แจกให้กับนักเดิมพันแบบไม่มีอั้น ท่านจะเพลิดเพลินไปกับเกมคาสิโน และก็ยังสามารถเล่นเกมไพ่ บาคาร่า ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดอีกด้วย

ที่มาของเกมที่ชื่อว่า บาคาร่า

บาคาร่า เป็นเกมไพ่ที่มีชื่อมาจากภาษา ฝรั่งเศษ (Baccarat) และก็ยังมีรากศัพท์ที่มาจากภาษาอิตาลีอีกว่า (Baccara) ซึ่งมันก็มีความหมายว่า (ศูนย์) ซึ่งคำว่า ศูนย์ นี้ ก็มีความหมายที่จะสื่อถึงก็คือ แต้มของหน้าไพ่ นั่นเอง จากการศึกษาประวัติของเกมไพ่บาคาร่า ว่ามันคืออะไร และก็ได้มีผู้เชี่ยวชาญในด้านของการวางเดิมพัน ได้สันนิษฐานเอาไว้ว่า เกมบาคาร่านั้นมีต้นกำเนิดมาจากเกม (Baccara)ของประเทศอิตาลี และก็ยังถูกคิดค้นขึ้นมาโดยนักเดิมพันที่เป็นชาวอิตาลี ที่ชื่อว่า “เฟลิกซ์ ฟาลกูยเรน” และการเล่นบาคาร่านั้น ก็จะมีอุปกรณ์ในการเล่นนั่นก็คือ ไพ่ และในแต่ละครั้งก็จะใช้ไพ่ในเล่นการแต่ละรอบก็คือ 6-8 สำรับ และในการเล่นแต่ละเกมนั้น ใช้เวลาเพียงแค่ 30 วินาทีเพียงเท่านั้น

วิธีในการเล่น บาคาร่า SA Gaming ยากหรือไม่?

ในการวางเดิมพัน บาคาร่า นั้น นักเดิมพันจะสามารถที่จะเลือกวางเดิมพันได้ทั้ง 2 ฝั่ง และใน 2 ฝั่งนั้นก็จะมี ฝั่ง ผู้เล่น (Player) และก็ฝั่ง เจ้ามือ (Banker) และเกมบาคาร่านั้น ก็จะมีให้นักเดิมพันได้เลือกทายทั้งผล แพ้/ชนะ หรือว่า เสมอ นั่นเอง และอัตราในการจ่าย ก็จะมีอัตราในการจ่ายที่แตกต่างกันออกไปอีกด้วยเช่นกัน อย่างเช่น ถ้าหากว่านักเดิมพัน ทายที่ผลเสมอ 1,000 บาท และผลของเกมออกมาเสมอกัน ท่านก็จะได้รับเงินกำไรทั้งหมด 8,000 (รวมทุนในการวางเดิมพันด้วย) ซึ่งอัตราในการจ่ายของ เสมอหรือ (Tie) นั้น อยู่ที่ 8:1 เลยทีเดียว และก็ยังมีรูปแบบในการวางเดิมพันต่างๆ อีกมากมายให้ท่านได้ร่วมสนุกสนาน และเพลิดเพลินไปตลอด 24 ชั่วโมงเลยทีเดียว

ในการที่จะวางเดิมพันนั้น ท่านก็สามารถที่จะเลือกวางเงินเดิมพันที่ฝั่งใดฝั่งหนึ่งก็ได้ และจากนั้น สาวสวยที่จะคอยแจกไพ่ หรือเรียกอีกชื่อว่า (Dealer) จะเป็นคนจับเวลา 30 วินาที ก่อนจะหมดเวลานักเดิมพันสามารถเลือกที่จะวางเดิมพันได้ และถ้าหากว่าหมดเวลาที่ได้กำหนดไว้ ทางคนแจกไพ่ (Dealer) ก็จะทำการแจกไพ่ให้ทั้ง 2 ฝั่ง โดยที่จะแจกไพ่ใบแรกที่ฝั่ง ผู้เล่นก่อน (Player) นั่นคือใบที่ 1 และจากนั้น ก็แจกไพ่ให้ทางฝั่ง เจ้ามือ (Banker) นั่นคือใบที่ 2 และจากนั้น ก็จะแจกไพ่ใบที่ 3 ให้ทางฝั่งของ ผู้เล่น (Player) แล้วจะแจกไพ่ใบสุดท้าย คือใบที่ 4 ให้กับทางฝั่งของ เจ้ามือ (Banker) นั่นเอง

และถ้าหากว่าฝั่งใดฝั่งหนึ่งออกไพ่มาเป็น ป๊อกแปด หรือว่า ป๊อกเก้า และอีกฝั่งออกหน้าไพ่มาไม่ใช่ ป๊อก ฝั่งที่หน้าไพ่เป็นป๊อกก็จะเป็นฝ่ายชนะ และได้รับเงินรางวัลจากเกมนั้นไป อย่างเช่น ทางดีลเลอร์ (Deler) แจกไพ่แล้วครบทั้ง 2 ฝั่ง และ ทางฝั่งของ ผู้เล่น (Player) ได้ป๊อกเก้า และ ทางฝั่งเจ้ามือ (Banker) นั้นได้ ป๊อกแปด เกมนั้นก็จะถือว่า ทางฝั่งของ ผู้เล่น (Player) เป็นฝ่ายชนะไป และถ้าหากว่าท่านวางเดิมพันในฝั่งของ ผู้เล่น (Player) ท่านก็จะได้รับเงินรางวัลจากเกมนั้นไป แต่ก็จะมีอีกในกรณีหนึ่งก็คือ ทางฝั่ง ผู้เล่น (Player) และ เจ้ามือ (Banker) มีแต้มเท่ากันที่ ป๊อกเก้า เกมๆนั้น ก็จะถูกตัดสินว่าเป็น ทายเกม หรือเรียกอีกอย่างว่า เสมอ (Tie) และจะไม่มีฝั่งไหนเสียเงินเลย แต่ถ้าหากท่านวางเดิมพันที่เสมอ ก็จะมีอัตราในการจ่ายรวมเงินเดิมพันอยู่ที่ 1:8 นั่นเอง

และก็จะมีอีกกรณีนึงก็คือ แต่ละฝั่งก็คือ ผู้เล่น (Player) และ เจ้ามือ (Banker) นั้นจะสามารถเรียกไพ่ใบที่ 3 ของแต่ละฝั่งเพิ่มขึ้นได้ หรือก็คือไพ่ ใบที่ 5 และ ใบที่ 6 ตามเงื่อนไขกฏกติกาของไพ่บาคาร่า (สูงสุดได้ไม่เกิน 6 ใบ รวมทั้ง 2 ฝั่ง) กรณีที่จะจั่วไพ่เพิ่มนี้ ก็คือฝั่งของทาง ผู้เล่น (Player) และ เจ้ามือ (Banker) ไม่มีฝั่งใดเป็นไพ่ป๊อกเลยนั่นเอง

การนำสูตรมาใช้เล่น บาคาร่า ให้ได้กำไร

ถ้าหากว่านักเดิมพันอยากที่จะเล่นเกมไพ่ บาคาร่าออนไลน์ แล้วรวยละก็ ท่านก็จะต้องรู้จักที่จะนำสูตรบาคาร่ามาใช้งานให้เป็นประโยชน์ และก็ยังสามารถนำมาเป็นวิทยาทานในการเล่นได้อีกด้วย ซึ่งก่อนอื่นเลยนั้น ท่านจะต้องดูจากสถิติต่างๆ ในการออกผลลัพธ์ของหน้าไพ่ ทั้ง 2 ฝั่ง ก่อนว่าจะมีความเป็นไปได้ที่ฝั่งไหนจะไหลไป แล้วก็ให้ท่านวางเดิมพันที่ฝั่งนั้นเป็นหลัก แล้วถ้าหากว่าไพ่หยุดไหลเมื่อไหร่ ก็ให้ท่านหยุดเล่นในทันที แล้วก็รอดูผลต่อไปของรอบใหม่ หรือจะดูง่ายๆเลยก็คือ ให้ท่านลองเทียบผลของไพ่ในการแทงดูก่อน โดยให้ท่านเน้นการแทงของฝั่ง ผู้เล่น (Player) เป็นหลัก ตัวอย่างเช่น

ต้นทุนของการวางเงินเดิมพันอยู่ที่ 1,000 บาท โดยจะเน้นวางเดิมพันฝั่งผู้เล่น (Player) เป็นหลัก แล้วให้นักเดิมพันลงเดิมพันแค่รอบละ 100 บาท และตั้งเป้ากำไรต่อวันไว้ ก็คือ 1,000/1 วัน

วางเดิมพันรอบที่ 1 – ให้ท่านวางเดิมพัน 100 บาท และถ้าหากผลออกมาที่ เจ้ามือ (Banker) ท่านก็จะเสีย -100 บาท

วางเดิมพันรอบที่ 2 – ให้ท่านวางเดิมพัน 200 บาท และถ้าหากผลออกมาที่ เจ้ามือ (Banker) ท่านก็จะเสีย -300 บาท (ใช้สูตรแทงทบ)

วางเดิมพันรอบที่ 3 – ให้ท่านวางเดิมพัน 600 บาท และถ้าหากผลออกมาที่ ผู้เล่น (Player) ท่านก็จะได้กำไรมาทั้งหมด +1,200 บาท (ใช้สูตรแทงทบ) แล้วท่านก็จะได้เงินทุนที่เสียไปคืน 600 บาท และก็ยังได้กำไรเพิ่มมาอีก 600 บาท จากนั้นให้ท่านหยุดเดิมพัน เพื่อรอดูผลอีก 2-3 รอบ

วางเดิมพันรอบที่ 4-6 – ให้ท่านหยุดเล่นชั่วคราวเพื่อรอดูผลของไพ่ที่ออกมา

วางเดิมพันรอบที่ 7 – ให้ท่านวางเดิมพัน 100 บาท และถ้าหากผลออกมาที่ เจ้ามือ (Banker) ท่านจะก็เสีย -100 บาท

วางเดิมพันรอบที่ 8 – ให้ท่านวางเดิมพัน 200 บาท และถ้าหากผลออกมาที่ ผู้เล่น (Player) ท่านก็จะได้กำไรเพิ่มมาอีก +400 บาท (ใช้สูตรแทงทบ) ท่านก็จะได้เงินทุนที่เสียไปคืน 200 บาท และก็ได้กำไรเพิ่มอีก 200 เท่ากับว่าตอนนี้ท่านจะได้กำไรทั้งหมด 200+600 = 800 บาทแล้ว

วางเดิมพันรอบที่ 9 – ให้ท่านวางเดิมพัน 100 บาท และถ้าหากผลออกมาที่ เจ้ามือ (Banker) ท่านจะก็เสีย -100 บาท

วางเดิมพันรอบที่ 10 – ให้ท่านวางเดิมพัน 100 บาท และถ้าหากผลออกมาที่ ผู้เล่น (Player) ท่านจะก็ได้ 200 บาท (รวมทุน) เท่ากับได้กำไรแล้ว 800+100 = 900 บาท

วางเดิมพันรอบที่ 11 – ให้ท่านวางเดิมพัน 100 บาท และถ้าหากผลออกมาที่ ผู้เล่น (Player) ท่านจะก็ได้ 200 บาท (รวมทุน) เท่ากับได้กำไรแล้ว 900+100 = 1,000 บาท

วางเดิมพันรอบที่ 12 – ให้ท่านหยุดวางเดิมพัน เพราะกำไรที่ท่านได้ตั้งไว้นั้น เข้าเป้าหมายแล้ว